“ทำความรู้จักกับเห็ดพิษ”

ในเมื่อเหรียญยังมีสองด้าน ดังนั้นเมื่อมีเห็ดที่ดีสร้างเงินได้ ก็ต้องมีเห็ดพิษที่บริโภคไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นเราควรทำความรู้จักเห็ดให้ดีจะได้ไม่ต้องเจอเห็ดที่มีพิษ ที่รับประทานแล้วอันตรายต่อร่างกายของคุณเอง

เห็ดก็มีพิษได้  เห็ดที่มีพิษนั้นจะมีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยที่เห็ดพิษในประเทศไทยนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

1.กลุ่มเห็ดที่มีพิษต่อระบบทางเดินอาหาร – ส่วนใหญ่เห็ดพิษที่ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารนั้นจะเป็นเห็ดที่มาจากป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็ดที่เกิดมาจากสนามโล่งแจ้ง เช่น เห็ดที่เกิดในตระกูลเห็ดหัวกรวด

ในความเป็นจริงเห็ดหัวกรวดนั้นรับประทานได้ แต่มีอยู่ชนิดเดียวเท่านั้นที่เป็นเห็ดพิษ เห็ดชนิดนี้ชื่อว่า”เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อน”

เห็ดหัวกรวดครีบเขียวอ่อน มีลักษณะเหมือนเห็ดหัวกรวดทั่วไป แต่จะแยกได้ว่ามีอันตรายหรือไม่ก็ต่อเมื่อเรานำสปอร์ของเห็ดไปตรวจ ซึ่งจะพบว่าเป็นสีเขียวมะกอก ถ้ารับประทานเห็ดชนิดนี้เข้าไปจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง และมีอาการท้องเสีย ถ้าเกิดขึ้นกับเด็กอาจเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงและทำให้เสียชีวิตได้

2.กลุ่มเห็ดพิษที่มีผลรุนแรงต่อตับ – เห็ดประเภทนี้พบได้ทั่วไปบริเวณภาคอีสานและภาคเหนือของประเทศไทย เป็นเห็ดที่อยู่ในกลุ่มเห็ดระโงกซึ่งก็มีทั้งที่รับประทานได้และไม่ได้ ที่มีพิษคือเห็ดระโงกหินรูปร่างคล้ายเห็ดระโงกสีขาวที่กินได้ แต่ต่างกันที่ขนาดของหมวกและก้านของเห็ดที่โตเต็มที่แล้วจะมีขนาดใหญ่กว่าแล้วจะมีริ้วที่ขอบหมวก เป็นครีบสีขาวนวลกระเปาะหุ้มก้านของเห็ดจะกางออกไม่แนบกับโคนก้าน แต่ลักษณะดังกล่าวถ้าดูตอนที่เห็ดยังอ่่อนจะแยกจากกันได้ยากมาก จึงไม่ควรเก็บเห็ดระโงกที่ยังอ่อนมากิน โทษของเห็ดชนิดนี้จะทำให้เซลล์ตับตาย เพราะในเห็ดชนิดนี้จะไปขวางการทำงานของการสร้างโปรตีนในเซลล์ตับตาย ผู้ที่รับประทานเห็ดชนิดนี้เข้าไปจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ตับวายและเสียชีวิตในที่สุด เห็ดจำพวกนี้อันตรายมาก ซึ่งเคยเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านที่จังหวัดอุดรธานีเสียชีวิตยกครัว เพราะรับประทานเห็ดพิษชนิดนี้มาแล้ว

 

เห็ดสมองวัว
                             เห็ดสมองวัว

เห็ดสมองวัว (Gyromitra esculenta) – เห็ดสมองวัวมีเขตการกระจายพันธุ์ใประเทศไทยทางภาคเหนือ ขึ้นในป่าสน เป็นเห็ดมีพิษร้ายแรง แต่เมื่อทำแห้งหรือต้มสุกทิ้งน้ำไปหลายครั้ง พิษของเห็ดจะหายไป จึงมีเอกสารต่างประเทศกล่าวไว้ว่ากินได้

เห็ดระโงกหิน
                       เห็ดระโงกหิน

เห็ดระโงกหิน (Amanita Phalloides) – เป็นสารพิษทำลายเซลล์ตับ ไต ระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด ระบบหายมใจ และระบบสมอง นับเป็นเห็ดพิษที่มีความร้ายแรงที่สุด ผู้ที่ได้รับพิษเข้าไปอาจเสียชีวิตภายใน 4-10 ชั่วโมง

 

เห็ดหมึก
                             เห็ดหมึก

เห็ดหมึก – มีสารที่รวมตัวกับแอกอฮอล์แล้วเกิดพิษ ผู้ที่ดื่มสุรากับเห็ดชนิดนี้ จะมีอาการปวดศีรษะ หายใจหอบ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน

ส่วนใหญ่เห็ดพิษในประเทศไทยนั้นก็มีอยู่มากพอสมควร ดังนั้นเราควรทราบวิธีการทดสอบว่าเห็ดชนิดไหนรับประทานได้ เผื่อพบเห็นข้างทางขึ้นเต็มไปหมดแล้วอยากเก็บไปประกอบอาหารจะได้เป็นการป้องกันตัวเองให้พ้นจากเห็ดพิษต่างๆซึ่งทดสอบได้ด้วยการปฏิบัติดังนี้

1.นำไปต้มกับข้าวสาร ถ้าเห็ดมีพิษจะทำให้ข้าวสารไม่สุกหรืออยู่ในภาวะสุกๆ ดิบๆ
2.นำเห็ดลงไปต้มและให้ใส่หอมแดงลงไปถ้าเห็ดมีพิษน้ำก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำ
3.ต้มเห็ดไว้และใช้ช้อนที่เป็นเงินแท้จุ่มลงไปในหม้อ ถ้าช้อนเปลี่ยนเป็นสีดำแสดงว่าเห็ดมีพิษ
4.ถูที่หมวกเห็ด เมื่อดอกเห็ดมีแผลและแผลมีสีดำแสดงว่าเป็นเห็ดพิษ
5.ดูจากรอยแมลง ถ้าเห็ดมีรอยกัดแทะแสดงว่าเป็นเห็ดไม่มีพิษ

เห็ดที่ไม่ควรเก็บมาบริโภค

-เห็ดที่มีปุ่มปม
-เห็ดที่เป็นสีน้ำตาล
-เห็ดที่มีปลอกหุ้มโคน
-เห็ดที่มีหมวกเห็ดเป็นสีขาว
-เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก
-เห็ดที่มีดอกตูมและมีเนื้อในสีขาว
-เห็ดที่อยู่ใกล้กับกองมูลสัตว์
-เห็ดที่มีหมวกเป็นรูปๆ แทนที่จะเป็นช่องๆ คล้ายกับครีบปลา

เห็ดที่ไม่ควรนำมาบริโภคอีกคือ “เห็ดป่า” เพราะเราไม่รู้จักเห็ดป่าอย่างแท้จริงเราจึงควรมีหลักในการพิจารณาเลือกเห็ดป่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง

-หากเลือกเห็ดป่ามารับประทาน ควรรู้จักข้อมูลเบื้องต้นก่อนซึ่งสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือมีหนังสือคู่มือชนิดของเห็ดก็จะปลอดภัยในการเลือกเห็ด

-ไม่ควรเก็บเห็ดหลังจากมีพายุใหม่ๆ เพราะเห็ดอาจจะถูกชะล้างให้สีเปลี่ยนไปจนเราไม่รู้ว่าเห็ดต้นนั้นแท้จริงเป็นสีอะไรซึ่งเห็ดนั้นอาจจะมีพิษก็เป็นได้

-เก็บเห็ดมาแล้วให้ปรุงอาหารในทันที อย่าเก็บเห็ดไว้นานเพราะเห็ดอาจจะเน่าเสียเร็วและส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

-ห้ามรับประทานเห็ดป่าดิบโดยเด็ดขาด ต้องผ่านการปรุงสุกเสมอ

-ไม่ควรเก็บเห็ดที่ขึ้นใกล้โรงงานที่มีสารเคมี สนามกอล์ฟหรือข้างถนน เพราะจะมีการสะสมสารเคมีมากจนทำให้กลายเป็นเห็ดพิษได้

-สำหรับเห็ดที่เราไม่เคยทำรับประทานมาก่อน ก็ไม่ควรบริโภคเป็นจำนวนมาก เพราะถึงแม้เห็ดจะไม่มีพิษ แต่สำหรับคนที่แพ้เห็ดบางชนิดก็จะมีอาการรุนแรงได้เช่นกัน

เมื่อมีการรับพิษก็ต้องมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก ในบางที่นั้นการรักษาพยาบาลก็ไม่ได้เป็นไปอย่างถูกต้อง แต่จะเป็นไปตามความเข้าใจเอาเอง ในบางครั้งผู้ป่วยถึงกลับเสียชีวิตก็มี ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้การปฐมพยาบาลเอาไว้ ซึ่งหลักในการปฐมพยาบาลมีดังนี้

-ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารออกมา
-เพื่อเป็นการดูดพิษจากผู้ป่วย ให้ดื่มน้ำผสมผงถ่าน 2 แก้ว แก้วแรกนั้นเป็นการทำให้อาเจียน ส่วนแก้วที่ 2 ก็เป็นการล้วงคออีกครั้ง เพื่อไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายมากนัก
-จากนั้นก็นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยนำตัวอย่างเห็ดไปด้วย

ในกรณีที่ผู้ป่วยอาเจียนไม่ออกให้ผสมเกลือแกง 3 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่นแล้วดื่มจะเป็นการกระตุ้นให้อาเจียนง่ายขึ้น แต่ห้ามใช้วิธีนี้กับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะเด็กยังไม่แข็งแรงมากนัก ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกซื้อเห็ดหรือเก็บเห็ดเองก็ควรมีความรู้ในระดับหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคเห็ดพิษที่อาจจะมีอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว

ติดตามเรื่องราวอื่นๆได้ที่นี่ คลิ๊ก

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *