“ลักษณะและส่วนประกอบของเห็ด”

เห็ดหูหนู
                               เห็ดหูหนู

เห็ดหูหนู (Auricularia auriculajudae)-ดอกเห็ดเป็นวุ้นทรงถ้วย มีรูปร่างคล้ายหู มีสีขาว

เห็ดเป๋าฮื้อ
                              เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ(Abalone Mushroom)-หมวกเห็ดมีสีครีมถึงเทาเข้ม ผิวดอกจะแห้ง ขอบหมวกม้วนงอลงเล็กน้อย ส่วนกลางของดอกจะบุ๋ม และก้านของดอกจะมีขนาดใหญ่ อวบแน่น

เห็ดหอม
                             เห็ดหอม

เห็ดหอม (Shiitake)-หมวกเห็ดหอมมีรูปทรงกลม ผิวมีขนรวมกัน เป็นเกล็ดหยาบๆ สีขาวกระจายอยู่ทั่วไป ผิวหมวกด้านบนสีน้ำตาลปนแดง มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เห็ดฟาง
                                 เห็ดฟาง

เห็ดฟาง (Valvariella volvacea)-ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมป้าน มีหมวกรูปไข่ผิวสีขาวนวล

เห็ดนกยูง
                            เห็ดนกยูง

เห็ดนกยูง (Macrolepiota gracilenta)-มีลักษณะคล้ายร่ม เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีลักษณะแบบราบ เนื้อหมวกมีสีขาว มีจุดน้ำตาลเข้มตรงกลาง

เห็ดมีรูปร่างหลายแบบ บางชนิดก็มีรูปร่างคล้ายกับรุ่มกาง บางชนิดเหมือนประการัง บางชนิดมองดูเผินๆ คล้ายกับรัง นอกจากรูปร่างที่ดูแตกต่างกันแล้ว ขนาดของเห็ดก็มีตั้งแต่ใหญ่เท่าลูกบอล และเล็กพอๆกับหัวไม้ขีดสีของเห็ดนั้นมีทั้งที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม และสีสวยเด่นสะดุดตา ในบางชนิดมีกลิ่นหอมและบางชนิดก็เป็นเห็ดที่มีกลิ่นเหม็น ดมแล้วมีอาการวิงเวียนศรีษะ เห็ดแต่ละชนิดมีสถานที่เกิดที่แตกต่างกัน บางชนิดเกิดขึ้นในป่า บางชนิดเกิดขึ้นในภูเขา ตามทุ่งนา พื้นดิน หรือเห็ดบางชนิดก็เกิดขึ้นที่ บริเวณจอมปลวก งอกบนต้นเห็ดด้วยกันก็มี เห็ดบางชนิดสามารถรับประทานได้ และบางชนิดก็ไม่สามารถรับประทานได้ ซึ่งเห็ดที่รับประทานไม่ได้นี้เราเรียกว่า”เห็ดพิษ” ซึ่งจะกล่าวในบทต่อไป

บอกลักษณะของเห็ดได้ตามการจำแนกดังต่อไปนี้

1. การจำแนกทางพืชสวน
-ตามการรับประทาน แบ่งได้เป็น 2 แบบคือ
-เห็ดที่รับประทานได้ (Edible Mushroom) เช่น เห็ดฟาง เห็ดนางรม เห็ดหอมและเห็ดป่าบางชนิดที่ไม่มีสารพิษ เช่น เห็ดเพาะ เห็ดหล่ม เห็ดโคน เป็นต้น
-เห็ดพิษ (Poisonous Mushroom) คือเห็ดพิษชนิดต่างๆ เช่น เห็ดระโงกหิน เห็ดกระโดงตีนต่ำ เป็นต้น
-ตามสภาพของธรรมชาติ โดยใช้ความสามารถในการหาอาหารหรือตามวัสดุที่ใช้เพาะดังนี้
-เห็ดที่เจริญเติบโตได้ดีบริเวณส่วนบนของพืช เช่น ตามท่อนไม้หรือขี้เลื่อยไม้ ได้แก่ เห็ดหูหนู เห็ดหอม เห็ดหลินจือ เป็นต้น
-เห็ดที่เจริญเติบโตได้ดีบนวัสดุที่มีการหมักเพียงบางส่วน เช่น เห็ดถั่ว เห็ดฟาง เป็นต้น
-เห็ดที่มีการเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีการหมักอย่างสมบูรณ์ เช่น ในปุ๋ยหมัก นั่นคือเห็ดแชมปิญอง
-เห็ดที่เติบโตได้ดีเมื่ออยู่กับรากไม้บางชนิดที่มีลักษณะเป็นไมคอร์ไรซา เช่น เห็ดตับเต่า เห็ดชัฟเฟิล
-เห็ดที่ขึ้นบนรังปลวก เช่น เห็ดโคน เป็นต้น
   -ตามอุณหภูมิที่ใช้ในการเติบโต เนื่องจากเห็ดแต่ละชนิดมีความต้องการอุณหภูมิที่ใช้ในการเจริญเติบโตที่ต่างกัน ดังนี้
-เห็ดที่ชอบอุณหภูมิสูง หรือเป็นเห็ดเขตร้อน ได้แก่เห็ดฟาง เห็ดหูหนู เป็นต้น
-เห็ดที่ชอบอากาศหนาวได้แก่ เห็ดแชมปิญอง เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เป็นต้น
   -ตามการใช้ประโยชน์ เพราะเห็ดนั้นนอกจากจะมีสรรพคุณด้าน อาหารแล้วยังมีสรรพคุณทางยาด้วย
-ใช้เป็นอาหารปกติคือเห็ดทั่วไป
-มีสรรพคุณทางยา ได้แก่ เห็ดหอม เห็ดหูหนูขาว เห็ดเข็มทอง เห็ดหลินจือ เป็นต้น
-ใช้เป็นเครื่องเทศ คือเห็ดหอม ใช้ในการประกอบอาหารให้มีรสชาติที่อร่อยและมีความกลมกล่อม

2.การจำแนกตามหลักพฤกษศาสตร์ตามการเลี้ยงดู แบ่งได้ 2 ประเภทดังนี้
-เห็ดที่นำมาเพาะเลี้ยงกันเป็นปกติได้แก่ เห็ดหูหนู เห็ดกระดุม เห็ดนางรม เห็ด        แชมปิญอง เห็ดนางฟ้าเห็ดฟาง เห็ดหลินจือ เห็ดลม เห็ดกระด้าง เห็ดตีนแรด เป็นต้น
-เหตุที่ไม่มีการเพาะเลี้ยง คือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ เห็ดตับเต่า เห็ดโคน เห็ดขิง เห็ดแดง เห็ดพิษ เป็นต้น

เห็ดหอม
                               เห็ดหอม

 

ส่วนประกอบของเห็ด

ส่วนประกอบของเห็ด
                        ส่วนประกอบของเห็ด

หมวกเห็ด เป็นส่วนที่อยู่ปลายสุดที่เจริญเติบโตขึ้นไปในอากาศ

ครีบ – จะอยู่ใต้หมวกเห็ด

ก้านดอก – มีขนาดใหญ่ มีความอ้วนกลมแตกต่างกันตามลักษณะของพันธ์เห็ด

วงแหวน – มีลักษณะเป็นเยื่อบางๆ ยึดก้านดอกและขอบหมวกของเห็ด

เปลือกหุ้มโคน – อยู่บริเวณชั้นนอกสุดที่หุ้มดอกเห็ดเอาไว้

สปอร์ – เกิดจากการผสมพันธุ์ของเห็ด และแบ่งตัวกลายเป็นสปอร์ปลิวไปตามลม ลอยไปในอากาศ เพื่อไปแพร่พันธุ์ต่อไป

เห็ดทั้งหลายนั้นก็มีการแบ่งแยกตามที่ได้กล่าวมา แต่ที่มีเหมือนกันคือเห็ดทุกชนิดสามารถเป็นแหล่งรายได้ และสร้างเงินให้กับเราอย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

คุณค่าทางอาหารของเห็ดและประโยชน์ของเห็ด

เห็ดหูหนู – เพิ่มความแข็งแรงให้กับเม็ดเลือดขาว บำรุงปอดและไต

เห็ดชิตาเกะ – ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารบำรุงกำลังและบรรเทาอาการไข้หวัด

เห็ดหลินเจือ – มีสรรพคุณมากมาย ทั้งระบบทางเดินอาหารระบบทางเดินหายใจ และระบบไหลเวียนของโลหิต

เห็ดแชมปิญอง – ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อไวรัสต่างๆ บำรุงปอด และไต

เห็ดนางฟ้า – ลดไขมันในเส้นเลือด แก้อาการช้ำใน บำบัดอาการอ่อนเพลีย

เห็ดเข็มทอง – รักษาโรคตับ โรคกระเพาะ โรคที่เกี่ยวกับลำไส้

เห็ดโคน – แก้โรคบิด แก้คลื่นไส้ ช่วยละลายเสมหะ

เห็ดนางรม – มีคุณค่าทางอาหารสูงเช่นโปรตีน  วิตามิน  แคลเซียมช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

หากจะเปิดกิจการเพาะเห็ด ก่อนอื่นเราต้องทราบคุณภาพของเห็ดให้ถ่องแท้ก่อน ซึ่งเห็ดนั้นเป็นอาหารอีกชนิดที่หารับประทานได้ง่าย และมีราคาไม่แพง มีทั้งโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ และให้พลังงานต่ำ ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีเห็ดหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งคนไทยนั้นนิยมบริโภคเห็ด เพราะมีคุณประโยชน์ ทั้งทางด้านโภชนาการและด้านยา

โดยทั่วไปแล้ว “เห็ด” ถือเป็นแหล่งโปรตีนทางธรรมชาติที่สำคัญเพราะเห็ดนั้นสร้างตัวเองจากราชั้นสูง ถึงจะมาจากเชื้อราแต่เห็ดก็ยังมีรสชาติอันแสนอร่อยถูกปากคนไทย มีสรรพคุณทางยาและทางโภชนาการอาหารอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ทางโภชนาการของเห็ดมีดังนี้

-ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย  -มีน้ำตาลน้อย  -มีปริมาณเกลือต่ำ  -มีโปรตีนดี

-ช่วยเสริมสร้างการทำงานของธาตุเหล็กในร่างกาย  -มีวิตามินบีรวมชื่อว่าไรโบฟลาวินและไนอะซิน

-เป็นแหล่งเกลือแร่สำคัญ เช่น ซิลีเนียม

-มีรสชาติคล้ายเนื้อสัตว์ อันเนื่องมาจากในตัวเห็ดนั้นมีกรดอะมิโนที่กระตุ้นให้ต่อมรับรสรู้สึกว่าเห็ดคล้ายเนื้อสัตว์

นอกจากนี้เห็ดก็ยังมีสรรพคุณทางยาด้วย ซึ่งในเห็ดทั่วไปสามารถช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย เช่นหัวใจ สมอง ปอด ตับ ระบบการไหลเวียนของโลหิต เป็นต้น ชาวจีนจัดให้เห็ดเป็นยาเย็น มีสรรพคุณช่วยลดไข้ ดับความร้อนในร่างกาย แก้ช้ำใน เพิ่มพลังชีวิตช่วยในการบำรุงร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันในเลือด ขับปัสสาวะ ทำให้หายจากอาการหงุดหงิด มีส่วนช่วยบำรุงเซลล์ประสาท รักษาอาการอัลไซเมอร์ ที่สำคัญช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

ติดตามเรื่องราวอื่นๆได้ที่นี่ คลิ๊ก

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *