เห็ดนางฟ้า , เห็ดถั่ว

เห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่สำคัญอีกหนึ่งชนิดที่น่าสนใจ และเป็นเห็ดที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาก เพราะปลูกง่ายและมีผลผลิตทั้งปี ราคาขายก็ไม่สูงมาก รองรับตลาดทุกที่ และอาหารไทยของเราก็ค่อนข้างที่จะยอมรับเห็ดนางฟ้า จึงทำให้เห็ดนางฟ้านั้นเป็นอาหารประจำบ้านของคนไทย เรียกได้ว่าในหนึ่งสัปดาห์คนไทยน่าจะหาเมนูของเห็ดนางฟ้ามาประกอบอาหารสักครั้งเหมือนกัน

เห็ดนางฟ้า
                              เห็ดนางฟ้า

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้า

-อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้าคือ 25 องศาเซลเซียส แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 15 หรือสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้เห็ดนางฟ้าไม่ออกดอก

-ความชื้น เห็ดนางฟ้าต้องการความชื้นสูงประมาณ 80-85 เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของเห็ด

-ปริมาณธาตุอาหารในวัสดุเพาะพันธุ์ ถ้ามีสารอาหารเสริมประเภทของแอมโมเนียไนเตรท จะช่วยให้ผลผลิตของเห็ดนางฟ้าเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์

วัสดุที่ใช้ในการเพาะเชื้อเห็ดนางฟ้า

1.ขี้เลื่อยแห้งสนิท 100 กิโลกรัม

2.รำละเอียด 6-8 กิโลกรัม

3.ข้าวโพดป่น 3-5 กิโลกรัม

4.ปูนยิปซัม 1 กิโลกรัม

5.ดีเกลือ 200 กรัม

6.หินปูน 1 กิโลกรัม

7.น้ำ 80 กิโลกรัม

8.EM 1 ลิตร

หมายเหตุ : EM ย่อมาจาก Effective Microorganisms คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นของเหลว สีน้ำตาล มีกลิ่นหวานอมเปรี้ยว ต้องเก็บไว้ในร่มที่อุณหภูมิไม่ร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไป ถ้าไม่ได้เปิดใช้งานจะอยู่ได้นาน 1 ปี แต่ถ้าเปิดใช้แล้วก็จะเก็บได้เพียงแค่ 6 เดือน

วิธีผสมและเพาะเชื้อ

1.นำส่วนผสมทุกอย่างเข้าเครื่องผสม จากนั้นก็เติมน้ำลงไป

2.การทดสอบว่าส่วนผสมเข้ากันหรือไม่ก็ให้ใช้การกำแน่นๆ แล้วแบมือออก ถ้าส่วนผสมนั้นแตกออกเป็นส่วนๆ ถือว่าพอดีแล้ว แต่ถ้ายุ่ยขี้เลื่อยไม่กันแสดงว่าน้ำน้อยไป

3.นำส่วนผสมที่คลุกเรียบร้อยแล้วใส่ถุงที่ทนความร้อนให้ได้น้ำหนัก 800-900 กรัม

4.รวบปากถุง ใส่คอขวดให้เรียบร้อย และใช้หนังยางรัดให้แน่น

5.จากนั้นก็ทำการบ่มเชื้อในโรงเรือนเหมือนเห็ดพันธุ์อื่นๆ แล้วเวลาให้ออกดอกก็พร้อมที่จะนำเห็ดไปขายได้แล้ว

“เห็ดนางฟ้า” นามเพราะ สรรพคุณเป็นยา มีคุณค่าทางสารอาหาร

เห็ดนางฟ้านั้นจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับเห็ดนางรมและเห็ดเป๋าฮื้อ เพราะมีลักษณะคล้ายๆ กัน แถมเป็นเห็ดที่มีราคาไม่แพงและมีขายอยู่ทั่วไป หลายคนอาจชอบกินเพราะมีรสชาติที่อร่อยและถูกปากแล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพรอันหลากหลายในการช่วยรักษาร่างกายให้หายจากโรคภัยต่างๆ อีกด้วย

เห็ดนางฟ้ามีสรรพคุณเด่นคือช่วยในการไหลเวียนของเลือด สามารถบรรเทาและป้องกันโรคหวัด หากกินเป็นประจำจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันสมบูรณ์แข็งแรงส่งผลให้การติดเชื้อต่างๆ ลดลง รักษาโรคเลือดออกตามไรฟันหรือโรคในช่องปาก นอกจากนี้ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งและลดไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี

ในด้านของคุณค่าทางสารอาหารนั้นก็มีมากกว่าผักบางชนิดด้วยซ้ำ เห็ดนางฟ้า 100 กรัม มีพลังงานถึง 33 กิโลแคลอรี น้ำ 90 กรัม รวมทั้งอุดมไปด้วยไขมัน เส้นใยอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุต่างๆ อย่างแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน หรือวิตามินจำพวกวิตามินบี วิตามินซี เป็นต้น

 

เห็ดถั่ว

เห็ดถั่ว
                                 เห็ดถั่ว

เห็ดถั่วหรือเห็ดโคนน้อยจัดเป็นเห็ดที่คล้ายคลึงกับเห็ดหมึก แต่เป็นคนละชนิดกับเห็ดโคนธรรมชาติ เพราะเป็นเห็ดที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ ที่เราเรียกกันว่าเห็ดถั่วเพราะเรียกตามวัสดุที่ใช้เพาะ โดยส่วนใหญ่เราจะใช้เปลือกถั่วหลายๆชนิดมาปลูกเห็ดนี้

ในเห็ดถั่วนี้มีคุณค่าทางอาหารค่อนข้างสูง และมีสรรพคุณทางสมุนไพรช่วยลดเสมหะ และใช้เป็นยาสมานแผล บรรเทาปวด นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย

การเพาะพันธุ์เห็ดถั่วก็เหมือนกับการเพาะเห็ดฟางนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันยังมีคนปลูกเห็ดชนิดนี้น้อยจึงมีราคาแพง ปัญหาที่สำคัญที่ควรรู้คือเห็ดถั่วนี้ให้ผลผลิตได้ในช่วงสั้นๆ และมีการสลายเร็ว ชนิดที่เรียกว่าถ้าเก็บมาแล้วก็ต้องรีบทำกับข้าวก่อนที่จะสลายไป ดังนั้นถ้าอยากให้เก็บไว้ได้นานๆ ก็ควรลวกให้สุกก่อนแล้วจึงนำไปเก็บไว้ในขวดโหลถนอมอาหาร ซึ่งจะสามารถเก็บได้นานขึ้น

จากที่มีผู้ศึกษาพบว่าดอกเห็ดถั่วนั้นจะสลายได้ภายใน 16 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่ 37 องศาเซลเซียส และจะเร็วขึ้นอีกถ้าอากาศร้อนขึ้น เห็ดถั่วจะชอบความมืดเพราะมันจะเจริญเส้นใยได้ดีกว่าที่ที่มีแสงสว่าง เห็ดถั่วยังสามารถเจริญได้ดีในเมล็ดข้าวฟ่าง และเมล็ดข้าวเปลือกก็เป็นตัวเลือกรองลงมา

การเพาะเห็ดถั่วนั้นต้องใส่เชื้อเวลาเพาะซึ่งจะทำให้เห็ดเติบโตได้ดีขึ้น และให้ผลผลิตมากกว่าไม่ใส่เชื้อเห็ด สำหรับเห็ดถั่วนี้ถ้าจะปลูกต้องเตรียมตัวไว้ขายแบบแปรรูปจะดีกว่า เพราะถ้าขายเห็ดสดน่าจะลำบากเพราะต้องรีบขายให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เห็ดย่อยสลาย

วิธีการนึ่งฆ่าเชื้อ

เรานึ่งถุงเชื้อเห็ดเพื่อเป็นการกำจัดศัตรูต่างๆ ของเห็ด ซึ่งเราสามารถนึ่งได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป เรื่องของเวลานั้นขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อและความแรงของไฟเป็นสำคัญ ถ้าในหม้อนึ่งมีจำนวนขวดหรือถุงเชื้อเยอะก็ให้นึ่งนานถึง 6 ชั่วโมง ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำเห็ดเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาในโรงเรือนต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *