เห็ดนางฟ้า , เห็ดถั่ว

เห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่สำคัญอีกหนึ่งชนิดที่น่าสนใจ และเป็นเห็ดที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาก เพราะปลูกง่ายและมีผลผลิตทั้งปี ราคาขายก็ไม่สูงมาก รองรับตลาดทุกที่ และอาหารไทยของเราก็ค่อนข้างที่จะยอมรับเห็ดนางฟ้า จึงทำให้เห็ดนางฟ้านั้นเป็นอาหารประจำบ้านของคนไทย เรียกได้ว่าในหนึ่งสัปดาห์คนไทยน่าจะหาเมนูของเห็ดนางฟ้ามาประกอบอาหารสักครั้งเหมือนกัน

เห็ดนางฟ้า
                              เห็ดนางฟ้า

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้า

-อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้าคือ 25 องศาเซลเซียส แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 15 หรือสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้เห็ดนางฟ้าไม่ออกดอก

-ความชื้น เห็ดนางฟ้าต้องการความชื้นสูงประมาณ 80-85 เปอร์เซ็นต์ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของเห็ด

-ปริมาณธาตุอาหารในวัสดุเพาะพันธุ์ ถ้ามีสารอาหารเสริมประเภทของแอมโมเนียไนเตรท จะช่วยให้ผลผลิตของเห็ดนางฟ้าเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์

วัสดุที่ใช้ในการเพาะเชื้อเห็ดนางฟ้า

1.ขี้เลื่อยแห้งสนิท 100 กิโลกรัม

2.รำละเอียด 6-8 กิโลกรัม

3.ข้าวโพดป่น 3-5 กิโลกรัม

4.ปูนยิปซัม 1 กิโลกรัม

5.ดีเกลือ 200 กรัม

6.หินปูน 1 กิโลกรัม

7.น้ำ 80 กิโลกรัม

8.EM 1 ลิตร

หมายเหตุ : EM ย่อมาจาก Effective Microorganisms คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นของเหลว สีน้ำตาล มีกลิ่นหวานอมเปรี้ยว ต้องเก็บไว้ในร่มที่อุณหภูมิไม่ร้อนเกินไป หรือเย็นเกินไป ถ้าไม่ได้เปิดใช้งานจะอยู่ได้นาน 1 ปี แต่ถ้าเปิดใช้แล้วก็จะเก็บได้เพียงแค่ 6 เดือน

วิธีผสมและเพาะเชื้อ

1.นำส่วนผสมทุกอย่างเข้าเครื่องผสม จากนั้นก็เติมน้ำลงไป

2.การทดสอบว่าส่วนผสมเข้ากันหรือไม่ก็ให้ใช้การกำแน่นๆ แล้วแบมือออก ถ้าส่วนผสมนั้นแตกออกเป็นส่วนๆ ถือว่าพอดีแล้ว แต่ถ้ายุ่ยขี้เลื่อยไม่กันแสดงว่าน้ำน้อยไป

3.นำส่วนผสมที่คลุกเรียบร้อยแล้วใส่ถุงที่ทนความร้อนให้ได้น้ำหนัก 800-900 กรัม

4.รวบปากถุง ใส่คอขวดให้เรียบร้อย และใช้หนังยางรัดให้แน่น

5.จากนั้นก็ทำการบ่มเชื้อในโรงเรือนเหมือนเห็ดพันธุ์อื่นๆ แล้วเวลาให้ออกดอกก็พร้อมที่จะนำเห็ดไปขายได้แล้ว

“เห็ดนางฟ้า” นามเพราะ สรรพคุณเป็นยา มีคุณค่าทางสารอาหาร

เห็ดนางฟ้านั้นจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับเห็ดนางรมและเห็ดเป๋าฮื้อ เพราะมีลักษณะคล้ายๆ กัน แถมเป็นเห็ดที่มีราคาไม่แพงและมีขายอยู่ทั่วไป หลายคนอาจชอบกินเพราะมีรสชาติที่อร่อยและถูกปากแล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นยาสมุนไพรอันหลากหลายในการช่วยรักษาร่างกายให้หายจากโรคภัยต่างๆ อีกด้วย

เห็ดนางฟ้ามีสรรพคุณเด่นคือช่วยในการไหลเวียนของเลือด สามารถบรรเทาและป้องกันโรคหวัด หากกินเป็นประจำจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันสมบูรณ์แข็งแรงส่งผลให้การติดเชื้อต่างๆ ลดลง รักษาโรคเลือดออกตามไรฟันหรือโรคในช่องปาก นอกจากนี้ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งและลดไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี

ในด้านของคุณค่าทางสารอาหารนั้นก็มีมากกว่าผักบางชนิดด้วยซ้ำ เห็ดนางฟ้า 100 กรัม มีพลังงานถึง 33 กิโลแคลอรี น้ำ 90 กรัม รวมทั้งอุดมไปด้วยไขมัน เส้นใยอาหาร โปรตีน คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุต่างๆ อย่างแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ไนอาซิน หรือวิตามินจำพวกวิตามินบี วิตามินซี เป็นต้น

 

เห็ดถั่ว

เห็ดถั่ว
                                 เห็ดถั่ว

เห็ดถั่วหรือเห็ดโคนน้อยจัดเป็นเห็ดที่คล้ายคลึงกับเห็ดหมึก แต่เป็นคนละชนิดกับเห็ดโคนธรรมชาติ เพราะเป็นเห็ดที่สามารถเพาะเลี้ยงได้ ที่เราเรียกกันว่าเห็ดถั่วเพราะเรียกตามวัสดุที่ใช้เพาะ โดยส่วนใหญ่เราจะใช้เปลือกถั่วหลายๆชนิดมาปลูกเห็ดนี้

ในเห็ดถั่วนี้มีคุณค่าทางอาหารค่อนข้างสูง และมีสรรพคุณทางสมุนไพรช่วยลดเสมหะ และใช้เป็นยาสมานแผล บรรเทาปวด นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย

การเพาะพันธุ์เห็ดถั่วก็เหมือนกับการเพาะเห็ดฟางนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันยังมีคนปลูกเห็ดชนิดนี้น้อยจึงมีราคาแพง ปัญหาที่สำคัญที่ควรรู้คือเห็ดถั่วนี้ให้ผลผลิตได้ในช่วงสั้นๆ และมีการสลายเร็ว ชนิดที่เรียกว่าถ้าเก็บมาแล้วก็ต้องรีบทำกับข้าวก่อนที่จะสลายไป ดังนั้นถ้าอยากให้เก็บไว้ได้นานๆ ก็ควรลวกให้สุกก่อนแล้วจึงนำไปเก็บไว้ในขวดโหลถนอมอาหาร ซึ่งจะสามารถเก็บได้นานขึ้น

จากที่มีผู้ศึกษาพบว่าดอกเห็ดถั่วนั้นจะสลายได้ภายใน 16 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่ 37 องศาเซลเซียส และจะเร็วขึ้นอีกถ้าอากาศร้อนขึ้น เห็ดถั่วจะชอบความมืดเพราะมันจะเจริญเส้นใยได้ดีกว่าที่ที่มีแสงสว่าง เห็ดถั่วยังสามารถเจริญได้ดีในเมล็ดข้าวฟ่าง และเมล็ดข้าวเปลือกก็เป็นตัวเลือกรองลงมา

การเพาะเห็ดถั่วนั้นต้องใส่เชื้อเวลาเพาะซึ่งจะทำให้เห็ดเติบโตได้ดีขึ้น และให้ผลผลิตมากกว่าไม่ใส่เชื้อเห็ด สำหรับเห็ดถั่วนี้ถ้าจะปลูกต้องเตรียมตัวไว้ขายแบบแปรรูปจะดีกว่า เพราะถ้าขายเห็ดสดน่าจะลำบากเพราะต้องรีบขายให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เห็ดย่อยสลาย

วิธีการนึ่งฆ่าเชื้อ

เรานึ่งถุงเชื้อเห็ดเพื่อเป็นการกำจัดศัตรูต่างๆ ของเห็ด ซึ่งเราสามารถนึ่งได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป เรื่องของเวลานั้นขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อและความแรงของไฟเป็นสำคัญ ถ้าในหม้อนึ่งมีจำนวนขวดหรือถุงเชื้อเยอะก็ให้นึ่งนานถึง 6 ชั่วโมง ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำเห็ดเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาในโรงเรือนต่อไป

เห็ดเป๋าฮื้อ

เห็ดเป๋าฮื้อ
                                    เห็ดเป๋าฮื้อ

โดยส่วนใหญ่แล้วธรรมชาติของเห็ดเป๋าฮื้อนั้นจะขึ้นตามต้นไม้ที่ผุพังแล้ว ลักษณะของดอกเห็ดก็จะไม่แน่นอน แต่มีลักษณะคล้ายกับเห็ดนางรม และเป็นเห็ดตระกูลเดียวกับเห็ดหอม ซึ่งถ้ามองแล้วจะคล้ายกันมาก แต่แตกต่างตรงที่เห็ดเป๋าฮื้อใหญ่กว่าและเมื่อระยะแรกนั้นสีของดอกจะคล้ำ เมื่ออยู่นานไปสีก็จะจางลง และเมื่อแก่จัดก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน สามารถเพาะเห็ดชนิดนี้ได้ทุกฤดูกาล เพราะเห็ดเป๋าฮื้อนั้นสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพอากาศได้ทุกที่

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ดเป๋าฮื้อ

-แสงสว่าง ถึงแม้ว่าเห็ดเป๋าฮื้อจะไม่ต้องสังเคราะห์แสง แต่แสงจะเป็นตัวกระตุ้นให้เห็ดออกดอก และถ้าไม่มีแสงสว่างก็จะทำให้ไม่มีการกระตุ้นของการเจริญที่ก้านของเห็ด ถ้าเห็ดเป๋าฮื้ออยู่ที่มืด สีของมันก็จะกลายเป็นสีเข้มและไม่น่ารับประทาน แต่ถ้าอยู่ในที่มีแสงสว่างเห็ดก็จะมีสีจางลง ซึ่งเป็นสีที่น่ารับประทานมากกว่าอยู่ในที่มืด

-ความชื้น มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของเห็ดเป๋าฮื้อเพราะมันต้องการความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศสูงมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพาะในโรงเรือนที่มีความชื้น 90-95 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้ามีความชื้นสูง ดอกเห็ดก็จะใหญ่และมีน้ำหนักมาก

-อุณหภูมิ ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดนั้นอยู่ที่ 25-30 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 12 องศาเซลเซียส หรือสูงกว่า 36 องศาเซลเซียสก็จะไม่ออกดอกและแคระแกร็น หรือตายในที่สุด

การผลิตก้อนเชื้อของเห็ดเป๋าฮื้อโดยใช้ฟางหมัก

1.นำฟางที่สับเรียบร้อยขนาดประมาณ 2-8 นิ้ว มาแช่น้ำหรือนำน้ำมารดให้ทั่ว หลังจากที่สะเด็ดน้ำแล้วก็ให้นำมาผสมกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์โดยทำให้เป็นกองแล้วคลุมด้วยถุงพลาสติก

2.หลังจากหมักได้ 3 วัน ก็ให้ใช้บัวรดน้ำรดรอบๆกองฟาง จากนั้นก็พลิกกองปุ๋ยหมักนี้

3.ตีก้อนปุ๋ยให้แตกแล้วใส่กับปูนขาวหมักต่ออีก 3 วัน เมื่อครบแล้วก็พลิกอีกครั้ง จากนั้นก็ทำเป็นกองหลวมๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

4.หลังจากทิ้งไว้อีก 1 วัน ก็ให้นำรำมาผสมแล้วบรรจุถุงพลาสติกที่ทนร้อนได้ดี

5.นำก้อนเชื้อเห็ดไปนึ่งและบ่มเชื้อเหมือนการปลูกเห็ดทั่วไปคือ 45 วัน และเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 28-32 องศาเซลเซียส เพื่อให้เส้นใยของเห็ดเจริญได้อย่างรวดเร็ว

การผลิตเชื้อเห็ดเป๋าฮื้อจากฟางและขี้เลื่อยมี 5 สูตร ดังนี้

สูตรที่ 1

-ฟางเส้น 100 กิโลกรัม

-ปุ๋ยนาสูตร 16-20-0 จำนวน 2 กิโลกรัม

-ปูนขาว 1 กิโลกรัม

-รำละเอียด 3 กิโลกรัม

สูตรที่ 2

-ฟางเส้นยาว 4-6 นิ้ว จำนวน 100 กิโลกรัม

-ยูเรีย 1 กิโลกรัม

-ปูนขาว 1 กิโลกรัม

-ปุ๋ยดับเบิลฟอสเฟต 1 กิโลกรัม

-รำละเอียด 3 กิโลกรัม

สูตรที่ 3

-ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กิโลกรัม

-รำละเอียด 5-15 กิโลกรัม

-ข้าวโพดป่น 3-5 กิโลกรัม

-ดีเกลือ 400 กรัม

-น้ำ

สูตรที่ 4

-ฟางเส้น 100 กิโลกรัม

-ยูเรีย 2 กิโลกรัม

-ดีเกลือ 1.2 กิโลกรัม

-หินปูนหรือปูนขาว 500 กรัม

-น้ำ

สูตรที่ 5

-ฟางเส้น 100 กิโลกรัม

-ยูเรีย 1 กิโลกรัม

-ส่าเหล้า 500 กรัม

-ดีเกลือ 200 กรัม

-น้ำ

-หินปูนหรือปูนขาว 500 กรัม

ทั้ง 5 สูตรนี้จะใช้วิธีคลุกเคล้าส่วนผสมแล้วบรรจุถุง จากนั้นก็นึ่งเชื้อเห็ดเหมือนกันทั้งหมด และก็ใช้เวลาบ่มเชื้อเป็นเวลาเท่ากัน แต่ที่มีสูตรให้มากก็เพื่อให้ผู้สนใจลองปลูกดูก่อนว่าวิธีไหนจะเหมาะสมและสะดวกที่สุด

ปัญหาในการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ 

-เส้นใยของเห็ดเดินไม่เต็มถุงเพราะมีอุณหภูมิที่สูง หรืออาจจะมีเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ เข้ามาทำร้ายเห็ด การแก้ไขคือต้องเพิ่มเวลานึ่งอีก 1 ชั่วโมง

-ดอกเห็ดแห้งฝ่อเพราะว่าความชื้นในโรงเรือนไม่เพียงพอที่จะส่งให้เห็ดแข็งแรง ควรรดน้ำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน

-มีหนอนทำลายเชื้อเห็ด ซึ่งมีที่มาจากแมลงวันหรือเชื้อโรคที่มากับน้ำรดเห็ด

-ตัวไรที่ทำลายเห็ด ควรให้โรงบ่มเชื้อเห็ดอยู่ไกลจากกองวัสดุหมักเพื่อเป็นการป้องกันแมลง

-เชื้อราปนเปื้อนเข้ามาพร้อมกับคนดูแลเห็ด หรือมด แมลงต่างๆ เข้ามาเจาะถุงทำลายเห็ดและเชื้อของเห็ดได้

สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดเป๋าฮื้อ
– ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีระบบภูมิต้านทานโรคได้มากขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่าย
– ช่วยป้องกันและยับยั้งไม่ให้เกิดเซลล์ผิดปกติขึ้นจนกลายเป็นมะเร็ง
– ช่วยลดระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี
– ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ทำให้ความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ
– ช่วยให้กระเพาะย่อยได้ง่ายไม่ต้องทำงานหนัก
– ช่วยให้สามารถขับถ่ายได้ง่าย ท้องไม่ผูก และไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวาร
– ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดภายในร่างกายเกิดความสมดุล
– ช่วยลด ป้องกัน และบรรเทาอาการอักเสบต่างๆ

เห็ดเป๋าฮื้อนั้นสามารถหาเชื้อมาปลูกได้จากการซื้อหัวเชื้อมาเพาะตามตลาดทั่วไป ถ้าชอบปลูกเห็ดที่มีขั้นตอนน้อย ส่วนผสมในการเตรียมอุปกรณ์น้อย เห็ดเป๋าฮื้อนั้นก็น่าสนใจทีเดียว

ติดตามเรื่องราวอื่นๆได้ที่นี่ คลิ๊ก

 

เห็ดโคนญี่ปุ่น , เห็ดนกยูง

เห็ดโคนญี่ปุ่น
                             เห็ดโคนญี่ปุ่น

เห็ดโคนญี่ปุ่น หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของเห็ดยานางิ เป็นเห็ดที่มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับบรรดาเห็ดด้วยกัน สำหรับการดูแลนั้นง่ายเหมือนเห็ดนางฟ้าแต่มีราคาสูงเท่าๆกับเห็ดหอมเลยทีเดียว เห็ดโคนญี่ปุ่นเป็นเห็ดที่สามารถเพาะปลูกได้ทุกฤดู และการให้ผลผลิตในแต่ละรุ่นนั้นนานถึง 12 เดือน เป็นเห็ดที่มีรสชาติดีและยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย

เห็ดโคนญี่ปุ่นหรือเห็ดยานางินี้จะออกดอกเป็นรุ่นๆเมื่อจบหนึ่งรุ่นก็ต้องพักเชื้อ 20 วัน รุ่นใหม่ก็จะออกมาเรื่อยๆ ในช่วงที่ออกดอกนั้นสามารถเก็บดอกได้ทุกๆ 4 ชั่วโมง ในวันแรกๆ นั้นสามารถใช้คนเก็บเพียงแค่ 1-2 คนได้ แต่ในวันที่ 3-5 นั้น ดอกเห็ดจะออกมาดกมาก ซึ่งต้องระดมคนมาเก็บเห็ดให้ทัน ไม่เช่นนั้นดอกเห็ดจะบานเสียหาย และพอเก็บชุดใหญ่เสร็จก็มีทยอยออกมาให้เก็บอีกในเวลา 70 วัน ดอกก็จะหมดและต้องพักเชื้อเห็ด

วัสดุที่ใช้ในการเพาะเห็ด

-ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม

-รำอ่อน 100 กิโลกรัม

-ปูนขาว 2 กิโลกรัม

-ดีเกลือ 300 กรัม

-ภูไมท์ 2 กิโลกรัม

-แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม

-น้ำ 60-70 เปอร์เซ็นต์

วิธีเพาะเห็ด

1.นำวัสดุที่กล่าวข้างต้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน

2.ในขั้นสุดท้ายของการผสมให้นำน้ำใส่ให้พอเหมาะ อย่าให้แฉะเกินไป และอย่าให้แข็งเกินไป

3.นำส่วนผสมที่ได้มาใส่ถุงอัดให้แน่น ใส่คอขวดพลาสติก รัดหนังยางแล้วนำไปนึ่งที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลานานประมาณ 3-4 ชั่วโมง

4.หลังจากที่นึ่งเสร็จก็ถึงขั้นตอนการเขี่ยเชื้อ โดยเริ่มจากการจุดตะเกียงแอกอฮอล์ นำขวดเชื้อมาลนไฟ

5.นำขวดที่ลนไฟไว้แล้วมาแคะหรือย่อยหัวเชื้อให้ละเอียด จากนั้นนำลงถุงแล้วรัดด้วยหนังยางทันที

6.ใช้เวลาบ่มเชื้อ 45 วัน และสามารถนำไปเปิดดอกในโรงเรือนได้โดยที่เชื้อจำนวน 1 ขวด สามารถเขี่ยลงถุงได้ 32-35 ถุง

การดูแลรักษา

หลังจากที่บ่มเชื้อ 45 วันแล้วให้นำก้อนเชื้อมาที่โรงเรื่อนสำหรับเปิดดอก โดยให้แกะกระดาษ เขี่ยข้าวฟ่างและสำลีออกให้หมด ต้องหมั่นทำความสะอาดพื้นโรงเรือน และให้น้ำเห็ดวันละ 3 เวลาคือ เช้า กลางวัน และเย็นก็จะทำให้เห็ดนั้นออกดอกอย่างสวยงามและสม่ำเสมอ

การเก็บดอกเห็ด

การเก็บดอกเห็ดให้ใช้มือกดที่ปากถุงเพาะเห็ด แล้วดึงเห็ดออกจากถุงโดยที่ไม่ให้ก้อนเห็ดแตก อย่าให้เศษขาของเห็ดปิดรูถุงเพราะจะทำให้ก้อนเชื้อเห็ดนี้ติดเชื้อราได้ และเมื่อมีเชื้อราเห็ดรุ่นต่อไปก็ไม่สามารถออกดอกได้ เห็ดโคนญี่ปุ่นในตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมของตลาดบ้านเรา ดังนั้นถ้ามีแรงงานที่อยากจะเพาะเห็ดขาย เห็ดโคนญี่ปุ่นก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดโคนญี่ปุ่น
– ช่วยต้านทานและป้องกันโรคมะเร็งต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม
– ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดมีค่าเป็นปกติ
– ช่วยลดการอุดตันของไขมันหรือคอเลสเตอรอลในเลือด
– ช่วยให้ตับและหัวใจแข็งแรงและทำงานได้เป็นปกติ
– ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิคุ้มกันโรค
– ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลายความตึงเครียด
– ช่วยขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกายออกไป โดยเฉพาะสารพิษในตับ
– ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดี ทำให้ไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย หรือโลหิตจาง

เห็ดนกยูง

เห็ดนกยูง
                            เห็ดนกยูง

เห็ดนกยูงเป็นเห็ดป่าชนิดหนึ่งที่มีรสชาติอร่อยไม่แพ้เห็ดโคน แต่เนื้อของเห็ดนกยูงนั้นจะมีลักษณะแห้งและมีก้านเหนียวกว่าเห็ดพันธุ์อื่นๆ เห็ดชนิดนี้จะถูกค้นพบในป่า พื้นที่มีหญ้าแห้งปกคลุม โดยมากพบในภาคเหนือซึ่งมักจะออกดอกในฤดูฝน

วัสดุที่ใช้ในการทำก้อนเห็ด

-ฟางข้าว 100 กิโลกรัม

-ปุ๋ยยูเรีย 3 กิโลกรัม

-ปูนขาว 1 กิโลกรัม

-ยิปซัม 1 กิโลกรัม

วิธีนึ่งฆ่าเชื้อ

เรานึ่งถุงเชื้อเห็ดเพื่อเป็นการกำจัดศัตรูต่างๆ ของเห็ด ซึ่งเราสามารถนึ่งได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป เรื่องของเวลานั้นขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อและความแรงของไฟเป็นสำคัญ ถ้าในหม้อนึ่งมีจำนวนขวดหรือถุงเชื้อเยอะก็ให้นึ่งนานได้ถึง 6 ชั่วโมง ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำเห็ดเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาในโรงเรือน ซึ่งจะอยู่ในบทต่อๆไป โดยจะแยกเป็นเห็ดแต่ละชนิด

ขั้นตอนการเพาะเห็ดนกยูง

1.นำฟางข้าวมาสับแล้วแช่น้ำ โดยกองสลับกับปุ๋ยยูเรีย หมักทิ้งไว้ 3 วัน

2.เขี่ยกระจายฟางข้าวและปรับความชื้นด้วยการหว่านปูนขาวลงไปให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ 3 วัน

3.หว่านยิปซัมให้กระจายทั่วไป แล้วอัดถุงพลาสติกถุงละ 1 กิโลกรัม

4.นำไปนึ่ง 3 ชั่วโมง ทิ้งไว้ให้เย็น 1 คืน

5.นำไปต่อเชื้อเห็ดได้ตามสะดวก

หลังจากบ่มเห็ดแล้วอีก 20 วัน เห็ดก็จะออกดอกมาให้เรา และอีก 2 วันต่อมาก็สามารถเก็บเห็ดได้ ซึ่งสามารถเก็บเห็ดได้ต่อเนื่องนานถึง 1 เดือน โดยเฉพาะ 14 วันแรก ผลผลิตจะค่อนข้างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ติดตามเรื่องราวอื่นๆได้ที่นี่ คลิ๊ก